ตามรายงานสำนักข่าวกุรอานอิหร่านนานาชาติ(อิคนอ) โดยรายงานจากสถาบันอิสลามกรุงลอนดอน : บรรดาผู้เข้าร่วมประชุมระหว่างประเทศ ดารุตตักรีบ บัยนัลมะซาฮิบ ครั้งที่ 7 ภายใต้หัวข้อ “บทบาทของการกระชับความใกล้ชิดระหว่างนิกายต่าง ๆ ของอิสลามในการเผชิญหน้ากับลัทธินิยม ” ได้ประกาศว่า เมื่อพิจารณาถึงการถูกกีดกันของกลุ่มอิสลามบางกลุ่มจากการมีส่วนร่วมในกิจการต่าง ๆ ทางการเมือง และการออกคำฟัตวาต่าง ๆ ของกลุ่มตักฟีรีย์นั้น การกระชับความใกล้ชิดระหว่างนิกายต่าง ๆ ของอิสลาม (อัตตักรีบ บัยนัลมะซาฮิบ) สามารถที่จะแสดงบทบาทที่สำคัญในการฟื้นฟู และการพัฒนาประชาชาคมแห่งอิสลาม ด้วยกับการจัดการกับวิกฤตความขัดแย้งต่าง ๆ ทางด้านมัซฮับ (นิกาย) และชาติพันธุ์ได้
"มุศฏอฟา อัลกัซวีนีย์ " ผู้อำนวยการสถาบันอิสลามในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของอัลอาลัมว่า : บรรดาอุลามาอ์มุสลิมจำเป็น ต้องหาทางออกในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประชาชาติมุสลิม อาทิเช่น สงครามและเหตุการณ์นองเลือดทั้งหลาย
อัมร์ อัลอันศอรีย์ คอตีบ ของกระทรวงกิจการทางศาสนาของอียิปต์ ได้กล่าวเช่นกันว่า : การเข่นฆ่าสังหารพี่น้องประชาชนโดยอ้างชื่อของศาสนา การกล่าวให้ร้ายฝ่ายตรงกันข้ามว่าเป็นกาฟิร (ผู้ปฏิเสธศาสนา) และการอนุญาต ว่า การเข่นฆ่า การหลั่งเลือดและการล่วงละเมิดเกียรติของผู้อื่นนั้น คือ ภัยอันตรายที่กำลังคุกคามประชาชาติมุสลิมอยู่ในขณะนี้
อัลอันศอรี ได้ย้ำถึงความจำของการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องของการคิดร่วมกันและการสนทนาระหว่างมัซฮับ (นิกาย) ของอิสลาม พร้อมกับกล่าวเสริมว่า : ความสามัคคีของประชาชาติมุสลิมจะช่วยทำลายแผนการร้ายต่าง ๆ ของเหล่าศัตรู
อายาตุลลอฮ์ มุห์ซิน อะรอกี เลขาธิการมัจญมะอ์ ญาฮอนี ตักรีบ มะศอฮิบอิสลาม (สมัชชาโลกการกระชับความใกล้เคียงระหว่างนิกายต่าง ๆ ของอิสลาม) ได้กล่าวย้ำว่า : ประชาชาติมุสลิมจำเป็นต้องตระหนักถึงผลประโยชน์ต่าง ๆ ของตนเอง และเราเองก็จำต้องมีการปรึกษาหารือร่วมกัน เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายอันทรงค่าในการเสริมสร้าง “ความสามัคคีระหว่างพี่น้องชาวมุสลิม” 1291563