ตามรายงานสำนักข่าวกุรอานอิหร่านนานาชาติ(อิคนอ) โดยรายงานจากแหล่งข่าวอัลมานาร์ ว่า ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ เลขาธิการฮิซบุลลอฮฺเลบานอน ได้กล่าวปราศรัยผ่านวีดีคอนฟอร์เร้นซ์ ถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอัลมะนาร โดยได้กล่าวตอบโต้ซาอุดิอาระเบียว่า “ซาอุดิอาระเบีย ผู้ที่กำลังเป็นห่วงเรื่องซีเรียถูกยึดครองจากอิหร่านและฮิซบุลลอฮฺ คือผู้ที่แทรกแซงทางทหารในซีเรีย ใครที่กำลังยึดครองรุกรานซีเรีย? ใครคือผู้สนับสนุนฝ่ายกบฏทั้งเงินทุนและอาวุธ ใครคือผู้สนับสนุนต่างชาติให้เข้าจัดการโค่นล้มรัฐบาลซีเรีย และตอนนี้ก็กำลังกล่าวหาฮิซบุลลอฮฺ และอิหร่านว่าเป็นผู้ยึดครองรุกรานซีเรีย”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ เลขาธิการฮิซบุลลอฮฺเลบานอน ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ และฝ่ายกบฏซีเรียที่ว่าทางกลุ่มของเขาได้รับอาวุธเคมีจากซีเรีย โดยเมื่อเดือนที่แล้ว สมาชิกของกลุ่มแนวร่วมแห่งชาติซีเรีย ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน กล่าวหาประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ว่า เคลื่อนย้ายอาวุธเคมีไปให้กลุ่มฮิซบุลลอฮฺในเลบานอน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หลังจากตกลงมอบอาวุธเคมีให้อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรระหว่างประเทศ
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ กล่าวผ่านทางโทรทัศน์อัลมะนารว่า “ข้อกล่าวหานี้น่าหัวเราะอย่างแท้จริง เราเข้าใจมิติและเบื้องหลังของข้อกล่าวหาเหล่านี้ และข้อกล่าวหาเหล่านี้ ถือเป็นผลลัพธ์ที่อันตรายสำหรับเลบานอน พวกเราขอปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างสิ้นเชิงว่า ไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “หลังจากเกิดเหตุระเบิดในเมืองอัลรุวัยส์ของเลบานอน ฮิซบุลลอฮฺได้มีมาตรการป้องกันภัยอันตรายทั้งกลางวันและกลางคืนไม่ให้มีการลักลอบนำคาร์บอมบ์เข้ามาในพื้นที่ ทว่ามีบางกลุ่มได้ต่อต้านมาตรการนี้ของฮิซบุลลอฮฺ แต่การต่อต้านฮิซบุลลอฮฺเป็นเรื่องปรกติเสียแล้ว”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวต่อว่า “การมีอยู่ของกองกำลังรักษาความมั่นคงในพื้นที่ คือหลักฐานที่ชี้ชัดต่อข้อกล่าวหาที่บรรดาฝ่ายศัตรูได้อ้างเป็นอย่างดี เราจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ตลอดเวลา เราขอประณามผู้ที่ขัดขวางการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ของเรา พวกเขาต่างหากที่ดีใจจากการที่ประชาชนถูกเข่นฆ่าสังหารชีวิต”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “เหตุการณ์การก่อการร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเลบานอนเวลานี้ โดยเฉพาะในเมืองอัลรุวัยส์ พวกลัทธิวะฮาบีย์ตักฟีรีย์คือผู้อยู่เบื้องหลัง พวกเขาได้ลักลอบเข้ามาจากซีเรียมีทั้งสัญชาติเลบานอนและต่างชาติ กลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้คือกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มที่กำลังทำสงครามล้มล้างรัฐบาลซีเรีย”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “เรื่องข่าวโคมลอยที่เกี่ยวกับทางการซีเรียได้เคลื่อนย้ายอาวุธเคมีให้ฮิซบุลลอฮฺ เป็นข้อกล่าวหาที่น่าหัวเราะยิ่งนัก เนื่องจากว่าเป็นที่ทราบกันเป็นอย่างดีว่า ฮิซบุลลอฮฺมีจุดยืนอย่างชัดเจนต่อเรื่องนี้ ฮิซบุลลอฮฺถือว่าการใช้อาวุธเคมีต่อมนุษยชาติ ขัดต่อหลักคำสอนของศาสนาอิสลาม และเป็นการกระทำความบาปที่ใหญ่หลวงในศาสนา ฮิซบุลลอฮฺจะยึดมั่นในจุดยืนดังกล่าวตลอดไป ดังนั้นการตั้งข้อกล่าวหาข้างต้น คือสาส์นแห่งภัยอันตรายที่จะมีต่อเลบานอน ฮิซบุลลอฮฺปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ไร้หลักฐาน และข้อกล่าวหาที่น่าหัวเราะนี้”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “การบุกโจมตีซีเรีย มีสาส์นต่างๆ อย่างมากมาย ซึ่งเป็นสาส์นแห่งภัยอันตรายที่มียังประชาชนในภูมิภาคตะวันออกกลาง และประชาคมโลกทุกคน มนุษยชาติทุกคนจะได้รับผลกระทบจากการบุกโจมตีซีเรียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรคือผู้มีส่วนในการแทรกแซงกิจการภายในของซีเรียตัวใหญ่ที่สุด”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “ภัยอันตรายของกลุ่มวะฮาบีย์ตักฟีรีย์ในซีเรีย คือภัยคุกคามสำหรับชาวเลบานอน ประชาชนในภูมิภาค และประชาคมโลกอย่างแท้จริง”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “มีบางกลุ่มพยายามขัดขวางการเข้าร่วมทำงานกับรัฐบาลเลบานอนของฮิซบุลลอฮฺ เราคือผู้ที่จะเรียกร้องให้ทุกกลุ่มเข้าร่วมทำงานในนามรัฐบาลเลบานอน แม้ว่าบางกลุ่มจะมีความพยายามที่จะกล่าวหาฮิซบุลลอฮฺว่าเป็นผู้ที่จะขัดขวางการทำงานของรัฐบาลเลบานอนก็ตาม”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺได้กล่าวตอบโต้ซาอุดิอาระเบียกรณีซาอุดิอาระเบียออกมากล่าวหาอิหร่านและฮิซบุลลอฮฺเลบานอนว่าเป็นผู้รุกรานซีเรียว่า “การที่ซาอุดิอาระเบียได้ออกมากล่าวหาอิหร่านและฮิซบุลลอฮฺเป็นผู้รุกรานซีเรียว่า นี่คือความพ่ายแพ้ทางเมืองของกรุงริยาฎอย่างชัดเจน”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “การกล่าวหาของซาอุดิอาระเบียที่มีต่อฮิซบุลลอฮฺเลบานอน และทหารของอิหร่านว่าเป็นผู้รุกรานยึดครองซีเรียในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่น่าละอายยิ่ง เนื่องจากจำนวนทหารของอิหร่านที่อยู่ในซีเรียมีเพียงไม่กี่สิบคน และคณะทหารเหล่านั้นก็อยู่ในซีเรียตั้งแต่ปี 1982 จำนวนเพียงไม่กี่สิบคนจะสามารถยึดครองซีเรียได้กระนั้นหรือ?”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ขบวนการฮิซบุลลอฮฺเองก็ไม่มีศักยภาพพอที่จะยึดครองซีเรียได้ ดังนั้นข้อกล่าวหานี้ของซาอุดิอาระเบีย จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ และเป็นสิ่งชี้ชัดต่อความพ่ายแพ้ของซาอุดิอาระเบียเอง และสิ่งที่ฮิซบุลลอฮฺกำลังปฏิบัติการอยู่ในซีเรียขณะนี้ ถ้าหากนำไปเปรียบเทียบกับการปฏิบัติการของซาอุดิอาระเบียและชาติพันธมิตรในซีเรีย ก็จะกลายเป็นสิ่งที่เล็กน้อยมาก
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “ซาอุดิอาระเบีย ผู้ที่กำลังเป็นห่วงเรื่องซีเรียถูกยึดครองจากอิหร่านและฮิซบุลลอฮฺ คือผู้ที่กำลังแทรกแซงทางทหารในซีเรีย หนักไปกว่านั้นซาอุดิอาระเบียคือผู้สนับสนุนสหรัฐอเมริกา และอิสราเอลให้โค่นล้มรัฐบาลซีเรีย ใครกันแน่ที่กำลังยึดครองรุกรานซีเรีย? ใครคือผู้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียทั้งเงินทุนและอาวุธยุทโธปกรณ์ ใครคือผู้ที่สนับสนุนชาติมหาอำนาจให้เข้าจัดการโค่นล้มรัฐบาลซีเรีย และตอนนี้ก็กำลังกล่าวหาฮิซบุลลอฮฺและอิหร่านว่าเป็นผู้ยึดครองรุกรานซีเรีย”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “ฮิซบุลลอฮฺขอเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาทางการเมืองในซีเรีย และเรียกร้องให้นานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ที่ให้การสนับสนุนฝ่ายกบฏซีเรีย ทบทวนท่าทีของตัวเอง เนื่องจากว่าเหตุการณ์เริ่มบานปลายมากแล้ว และการบุกโจมตีซีเรียด้วยอาวุธสงครามจะนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่แน่นอน”
ซัยยิดฮาซัน นัศรุลลอฮฺ ได้กล่าวอีกว่า “เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในซีเรียเวลานี้ กำลังชี้ให้เห็นว่า หนทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาในซีเรีย และป้องกันการก่อสงครามต่างๆ คือการหันหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจา การโจมตีด้วยอาวุธสงคราม การยึดครอง การรุกราน ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ในการแก้ไขปัญหาในซีเรีย”
1292779